Stop Playing Dumb — April Fool’s Day Stopped Being Funny a Long Time Ago

ลองถามตัวเองแบบไม่ต้องรีบตอบก็ได้ ว่าทุกวันนี้เวลาเห็นอะไรในฟีด เราเริ่มจากการเชื่อ หรือเริ่มระแวงมากกว่ากัน

คำตอบมันน่าจะชัดอยู่แล้ว และมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราคิดมากขึ้น แต่มันเกิดเพราะโลกมันเปลี่ยนไปจน “ความจริง” ไม่ได้ยืนอยู่ด้วยตัวมันเองเหมือนเดิมอีกต่อไป เราไม่ได้อ่านเพื่อเข้าใจอย่างเดียว แต่เราต้องอ่านเพื่อคัดกรองไปพร้อมกัน ต้องเดาว่าสิ่งที่เห็นมันจริงแค่ไหน ใครเป็นคนพูด และมีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลังหรือเปล่า นี่คือจุดที่สำคัญ เพราะมันทำให้การรับข้อมูลไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกแล้ว มันกลายเป็นการใช้พลังงาน และในระบบแบบนี้ สิ่งที่ได้เปรียบไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่คือสิ่งที่ดึงความสนใจได้เร็วที่สุด งานของ MIT เคยอธิบายไว้ชัดว่าข่าวปลอมแพร่ได้เร็วและไกลกว่าข่าวจริงบนโซเชียล ไม่ใช่เพราะคนขาดเหตุผล แต่เพราะมันถูกออกแบบมาให้สะดุดตาและกระตุ้นความรู้สึกได้มากกว่า

พอความจริงไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบตั้งแต่ต้น การที่เรามี April Fool’s Day ซึ่งเปิดพื้นที่ให้การโกหกกลายเป็นเรื่องสนุก มันเลยไม่ใช่แค่สีสันเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่มันเหมือนการเพิ่มเสียงรบกวนเข้าไปในระบบที่มันก็แยกสัญญาณยากอยู่แล้ว สิ่งที่เคยเป็นมุกในวงเล็ก ที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจน ตอนนี้ถูกโยนเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีขอบเขต มันไม่ได้อยู่กับคนที่เข้าใจมันเสมอ และเมื่อมันหลุดออกจากบริบท มันก็ไม่ใช่มุกอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นข้อมูลทันที สำหรับบางคน มันคือสิ่งที่เขาใช้ทำความเข้าใจโลกในวันนั้นจริง ๆ

ตรงนี้แหละที่มันเริ่มไม่ขำ เพราะความตั้งใจของคนสร้างไม่ได้สำคัญเท่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และในระบบแบบนี้ ผลลัพธ์มักจะเดินไปไกลกว่าที่คนสร้างควบคุมได้เสมอ อีกเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้คือเรื่องอำนาจ ไม่ใช่ทุกคนที่เล่นกับความจริงได้เท่ากัน คนที่มีแพลตฟอร์ม มีคนฟัง มีอำนาจในการเล่าเรื่อง สามารถโกหกแล้วเฉลยทีหลังได้โดยที่ความน่าเชื่อถือยังไม่พังทันที แต่คนที่ไม่มีพื้นที่นั้น ไม่มีโอกาสแก้เกมแบบเดียวกัน ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจกลายเป็นตราบาปยาว

นี่ทำให้การโกหกไม่ใช่แค่พฤติกรรม แต่เป็น “สิทธิ์” ที่กระจายไม่เท่ากัน และ April Fool’s Day ก็เป็นช่วงเวลาที่สิทธิ์นี้ถูกใช้แบบเปิดเผยที่สุด โดยแทบไม่มีใครตั้งคำถาม

แล้วไงที่ผ่านมาเรื่องนี้มันไม่ได้จบที่วันใดวันหนึ่ง แต่มันสะท้อนบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น ว่าเรากำลังอยู่ในสังคมที่ความจริงไม่ได้มีสถานะพิเศษอีกต่อไปแล้ว มันต้องแข่งขัน ต้องแย่งพื้นที่กับสิ่งที่เร็วกว่า สนุกกว่า และง่ายกว่าที่จะเชื่อ

ผู้เขียนไม่ถามหรอกว่า เราควรเลิกวันโกหกหรือไม่ เพราะต่างก็รู้ว่าว่า คำโกหก มันคงไม่หายไปง่าย ๆ แต่คือเรายังมองมันเหมือนเดิมได้อยู่หรือเปล่า ผ่านคำแถลงของผู้นำประเทศที่บอกว่าว่าตนเองเป็นตำรวจโลก หรือแม้แต่คำแถลงจากรัฐบาลของเราเอง

ในโลกที่ความจริงยังต้องพยายามเอาชนะความไม่จริงทุกวัน การทำให้การโกหกดู harmless อาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่เคยคิด และถ้ามองให้ลึกลงไปอีกนิด สิ่งที่น่ากลัวอาจไม่ใช่การโกหกเลยด้วยซ้ำ แต่มันคือการที่เราเริ่มชินกับมัน จนไม่รู้สึกว่ามันควรถูกตั้งคำถามอีกต่อไปแล้ว พอถึงจุดนี้วันที่เคยสนุกอย่าง April Fool’s Day มันเลยไม่สนุกเพราะมันคือภาพปกติของโลกที่เราอยู่จริง ๆ ไปแล้ว


Next
Next

A Uterus Is Not a Gatekeeper