As the World Turns Crude, Beauty Becomes Essential

เมื่อโลกยิ่งหยาบ ความงามยิ่งต้องชัด Dries Van Noten เปิดพื้นที่ใหม่ที่เวนิส และย้ำว่า “ของสวย” ไม่เคยไร้ความหมาย

มีช่วงเวลาหนึ่งที่คำว่า “ความงาม” ถูกทำให้ดูเบาอย่างน่าเสียดาย มันถูกโยนไปอยู่ฝั่งเดียวกับคำว่าฟุ่มเฟือย ผิวเผิน ไม่จำเป็น เป็นเรื่องของคนมีเวลา หรือเป็นแค่ของประดับชีวิตหลังจากเรื่องสำคัญทั้งหมดถูกจัดการแล้ว ทั้งที่ถ้ามองโลกตอนนี้แบบไม่โกหกตัวเอง เราจะเห็นชัดว่า สิ่งที่ขาดไม่ได้มีแค่เงิน เวลา หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือความละเอียดอ่อนด้วย

เราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างเร็วเกินคิด เสียงดังเกินฟัง และตื้นเกินรู้สึก ผู้คนตอบกันไว แต่ไม่ค่อยฟังกันจริง ภาพผ่านตาเป็นร้อย แต่แทบไม่มีอะไรผ่านเข้าไปถึงใจ ในบรรยากาศแบบนี้ การสร้างสิ่งที่ประณีต ลึกซึ้ง และมีน้ำหนักทางอารมณ์ จึงไม่ใช่เรื่องเล็กเลย และนั่นทำให้การเปิดตัว Fondazione Dries Van Noten ของ Dries Van Noten ที่เวนิส น่าสนใจกว่าการเปิดพื้นที่ศิลปะแห่งใหม่ทั่วไปมาก

นิทรรศการแรกของที่นี่ใช้ชื่อว่า The Only True Protest Is Beauty ประโยคที่ยืมมาจาก Phil Ochs นักแต่งเพลงและนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน ผู้เคยกล่าวไว้ว่า In such ugly times, the only true protest is beauty.

ประโยคนี้ไม่ได้นุ่มนวลอย่างที่ฟังครั้งแรก มันแรงกว่านั้นมาก เพราะกำลังบอกว่า เมื่อโลกเต็มไปด้วยความหยาบ ความเร่งรีบ ความรุนแรง และความไร้หัวใจ การยืนยันจะทำสิ่งที่งดงาม อาจเป็นการขัดขืนรูปแบบหนึ่ง

นิทรรศการจัดขึ้นที่ Palazzo Pisani Moretta พระราชวังเก่าแก่ริมคลองใหญ่ของเวนิส เมืองที่มีบุคลิกเฉพาะตัวอย่างประหลาด มันทั้งรุ่งเรืองและทรุดโทรม งดงามและเปราะบาง เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ แต่ก็ถูกบริโภคซ้ำทุกวันจากสายตานักท่องเที่ยว

การเลือกเวนิสจึงเฉียบคม เพราะนี่คือเมืองที่รู้จักคำว่าเวลาอย่างแท้จริง กำแพงทุกด้านมีร่องรอยของสิ่งที่เคยรุ่งโรจน์และสิ่งที่กำลังเสื่อมสลายอยู่พร้อมกันภายในพื้นที่กว่า 20 ห้อง มีผลงานมากกว่า 200 ชิ้น ตั้งแต่งานแฟชั่น จิวเวลรี เซรามิก แก้ว ภาพถ่าย งานออกแบบสะสม ไปจนถึงการทดลองวัสดุ ทุกอย่างไม่ได้ถูกจัดวางแบบห้องเรียนที่มีคำตอบเดียว แต่ถูกปล่อยให้คุยกันเองระหว่างชิ้นงาน กับตัวอาคาร และกับคนดู

นั่นสำคัญมากในยุคนี้ เพราะเราถูกฝึกให้ดูทุกอย่างเร็วเกินไป เราเลื่อนผ่านภาพโดยไม่มอง อ่านหัวข้อโดยไม่อ่านเนื้อหา ตัดสินสิ่งต่าง ๆ ภายในไม่กี่วินาที ความงามเลยถูกลดเหลือแค่ first impression แต่ Dries Van Noten เสนอสิ่งตรงข้าม เขาชวนให้คนมองนานขึ้น อยู่กับความไม่แน่ใจนานขึ้น และยอมรับว่าไม่ใช่ทุกอย่างต้องเข้าใจทันที

ทีมผู้ก่อตั้งพูดชัดว่า พวกเขาสนใจความงาม “ไม่ใช่ในฐานะคำตอบ แต่ในฐานะคำถาม” นี่คือความคิดที่แทบสวนทางกับโลกการตลาดร่วมสมัยทั้งหมด เพราะปัจจุบันสินค้าจำนวนมากขายด้วยสูตรสำเร็จรูป ใส่แล้วดูดี ใช้แล้วแพง ซื้อแล้วเป็นคนมีรสนิยม ทุกอย่างถูกย่อยให้เร็ว ง่าย และพร้อมจ่าย แต่ความงามจริง ๆ ไม่ค่อยทำงานแบบนั้น มันอาจทำให้เรางงก่อนชอบ อึดอัดก่อนเข้าใจ หรือเงียบไปพักหนึ่งก่อนกลับมาคิดถึงอีกที

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ในงานนี้มีทั้งผลงานของ Christian Lacroix ที่โอ่อ่าและมีความละคร มีงานจาก Comme des Garçons ที่ตั้งคำถามกับรูปร่างมนุษย์ และมีงานของ Ayham Hassan ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ผู้เติบโตในเวสต์แบงก์ ซึ่งเปลี่ยนข้อจำกัดทางการเมืองให้กลายเป็นภาษาของเสื้อผ้า ทั้งหมดนี้ย้ำสิ่งเดียวกันว่า งานสร้างสรรค์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเชื่อง

สิ่งที่ Dries Van Noten ทำมาตลอดอาชีพ คือพิสูจน์ว่าความงามกับความคิดอยู่ห้องเดียวกันได้ เสื้อผ้าของเขาไม่เคยตะโกน แต่ไม่เคยว่างเปล่า เขาใช้สี ลายผ้า งานปัก และการอ้างอิงวัฒนธรรมอย่างชาญฉลาดโดยไม่โอ้อวด และเมื่อก้าวออกจากแบรนด์ของตัวเอง การสร้างมูลนิธิแห่งนี้จึงเหมือนการขยายบทสนทนานั้นต่อไป

อีกมุมหนึ่งนี่คือการวิจารณ์วงการแฟชั่นแบบไม่ต้องขึ้นเสียง

ในยุคที่หลายแบรนด์หมุนเร็วเกินหายใจ เปลี่ยนครีเอทีฟไดเรกเตอร์เป็นฤดูกาล ปล่อยคอลเลกชันถี่ยิบ และวัดความสำเร็จจากยอดเอ็นเกจเมนต์ การเปิดพื้นที่ที่ให้ค่ากับ craftsmanship เวลา และแรงงานมนุษย์ คือคำถามเงียบ ๆ ที่ทรงพลังมากว่า เรารีบกันไปเพื่ออะไร เพราะความเร็วไม่ใช่คุณค่าเสมอไป และของใหม่ก็ไม่ได้ดีกว่าของดีเสมอไป

คำว่า protest ในชื่อนิทรรศการจึงน่าสนใจที่สุด บางครั้งการต่อต้านไม่จำเป็นต้องชูป้ายหรือใช้ถ้อยคำรุนแรง มันอาจเป็นการเย็บตะเข็บหนึ่งเส้นอย่างตั้งใจ การเป่าแก้วด้วยทักษะที่ใช้เวลาทั้งชีวิต หรือการสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนหยุดมองอะไรบางอย่างนานเกินสามวินาที ในโลกที่ทุกอย่างแย่งความสนใจ การทำสิ่งที่คู่ควรกับความสนใจ อาจเป็นการเมืองรูปแบบหนึ่ง และนี่อาจเป็นสิ่งที่คนทำแบรนด์ คนทำสื่อ หรือคนทำงานสร้างสรรค์ควรฟังให้ชัด ไม่ใช่ทุกอย่างต้องดัง ไม่ใช่ทุกอย่างต้องไว ไม่ใช่ทุกอย่างต้องไวรัล

บางอย่างแค่จริง แค่ดี และแค่ทำด้วยความตั้งใจ ก็มีน้ำหนักมากพอแล้ว

Fondazione Dries Van Noten จึงไม่ใช่แค่สถานที่ใหม่ในเวนิส แต่มันคือการประกาศว่า ความละเอียดอ่อนยังสำคัญ งานฝีมือยังมีอนาคต และความงามยังมีสิทธิ์ยืนอยู่กลางบทสนทนาของโลก

ในยุคที่หลายอย่างหยาบลงทุกวัน ข้อเสนอแบบนี้ไม่ได้อ่อนโยนเกินไปเลย แต่มันจำเป็นต่างหาก


Previous
Previous

Love Becomes Negligence

Next
Next

Stop Playing Dumb — April Fool’s Day Stopped Being Funny a Long Time Ago