ON YOUR OWN WINGS

เมื่อมองคอลเลกชันไฮจิวเวลรีล่าสุดของ Chaumet ที่เลือกใช้รูปทรงของ “ปีก” เป็นภาษาหลักในการเล่าเรื่อง ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความอยากครอบครอง แต่เป็นความรู้สึกว่าอยากสวมใส่และยืนอยู่กับตัวเองอย่างมั่นใจขึ้นกว่าเดิม เหมือนเครื่องประดับชุดนี้ไม่ได้พยายามพาเราไปไกลจากตัวตนเดิม แต่ค่อย ๆ ดึงเรากลับมาสำรวจว่ารูปร่าง หน้าตา ท่าทาง และพลังแบบที่เราเป็นอยู่นี่แหละ มีคุณค่ามากพอจะถูกเฉลิมฉลอง ไม่ใช่เพราะมันทำให้เราดูแพงขึ้น แต่เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องลดทอนตัวเองเพื่อให้เข้ากับกรอบของความหรูหรา และความงามในแบบนี้ก็เลยไม่ใช่เรื่องของการอวด แต่เป็นเรื่องของการยอมรับ และการยืนอยู่ตรงจุดที่เราเป็น โดยไม่ต้องขอโทษใคร

คอลเลกชัน Envol ประจำปี 2026 ประกอบด้วยชิ้นงานไฮจิวเวลรีทั้งหมดเก้าชิ้น ซึ่งทุกชิ้นใช้เฉดสีน้ำเงินเป็นแกนหลัก ผ่านการลงยาแบบ Grand Feu บนไวท์โกลด์ และการประดับเพชร pavé คู่กับแซฟไฟร์จากมาดากัสการ์ในเฉดน้ำเงินเข้มระดับท้องฟ้ายามค่ำคืน สีฟ้าที่เห็นจึงไม่ใช่ฟ้าแฟชั่น แต่เป็นฟ้าที่มีมิติ ลึก และให้ความรู้สึกสงบในแบบที่ไม่ได้ต้องการดึงสายตา แต่ค่อย ๆ ทำให้คนอยากมองนานขึ้น

หนึ่งในชิ้นที่สะท้อนแนวคิดของคอลเลกชันได้ชัดที่สุดคือเทียร่า Aigrette ซึ่งใช้เวลากว่าแปดร้อยชั่วโมงในการรังสรรค์ และสามารถสวมใส่ได้ถึงสี่รูปแบบ ตั้งแต่เทียร่าเต็มรูปแบบ ไปจนถึงเวอร์ชันที่ลดทอนให้เรียบขึ้น หรือแยกปีกออกมาใช้เป็นเข็มกลัดเดี่ยว เส้นสายรูปตัว V ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Chaumet ถูกใช้เป็นแกนของโครงสร้าง และตรงกลางประดับด้วยแซฟไฟร์ทรงหยดน้ำจากมาดากัสการ์ น้ำหนักเกือบสี่กะรัต ซึ่งถูกจัดวางให้เหมือนลอยอยู่ระหว่างแนวปีกมากกว่าถูกจับยึดอย่างแข็งทื่อ ทำให้ภาพรวมของชิ้นงานยังคงดูเบา แม้จะเต็มไปด้วยรายละเอียดระดับสูง

แนวคิดเรื่องการแปรเปลี่ยนยังถูกนำมาใช้กับสร้อยคอหลักของคอลเลกชัน ซึ่งใช้เวลากว่า 650 ชั่วโมงในการทำงาน และสามารถถอดองค์ประกอบบางส่วนออกมาใช้เป็นเข็มกลัดได้ โครงสร้อยถูกออกแบบให้เมื่อถอดแซฟไฟร์เม็ดกลางออก จะเหลือเพียงเส้นเพชรที่เน้นรูปทรงตัว V อย่างบริสุทธิ์ เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้สวมใส่เลือกว่าต้องการความโดดเด่นหรือความเรียบในวันนั้น และนี่คือจุดที่ทำให้เครื่องประดับไม่ใช่แค่ของโชว์ แต่กลายเป็นเครื่องมือที่สื่อสารอารมณ์และบุคลิกของคนในแต่ละช่วงเวลา

แม้แต่นาฬิกาในคอลเลกชันนี้ก็ไม่ได้ถูกคิดในกรอบของอุปกรณ์บอกเวลาเพียงอย่างเดียว ตัวเรือนถูกออกแบบให้สามารถตั้งวางบนโต๊ะ หรือสวมใส่เป็นจี้บนสร้อยคอแบบ sautoir ได้ ปีกที่ประกอบเป็นโครงเรือนผ่านการลงยา Grand Feu และฝังเพชร ทำหน้าที่เป็นเหมือนฝาครอบที่ค่อย ๆ เปิดออกเผยหน้าปัด sodalite สีฟ้าเข้มด้านใน เป็นดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนช่วงเวลาที่ถูกเก็บไว้ในวัตถุ มากกว่าถูกบอกด้วยตัวเลขบนหน้าปัด

ต่างหูและแหวนในคอลเลกชันนี้ก็ถูกออกแบบให้สวมใส่ได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบสมมาตรและอสมมาตร บางคู่สามารถเพิ่ม ear cuff เพื่อขยายเส้นสายของปีกให้ลากยาวขึ้นตามแนวกรามและลำคอ ขณะที่แหวนบางวงสามารถถอดออกเป็นสองชิ้น หรือซ้อนกันให้ดูเหมือนเครื่องประดับศีรษะขนาดย่อม ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงแนวคิด Tiara Ring อันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซง

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าคอลเลกชันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้คนต้องสวมบทบาทเดียวตลอดเวลา แต่เปิดพื้นที่ให้ตัวตนเคลื่อนไหว เปลี่ยนจังหวะ และเลือกวิธีปรากฏตัวในโลกได้ตามอารมณ์ของแต่ละวัน และนี่คือจุดที่มันเชื่อมกับสังคมร่วมสมัยอย่างชัดเจน เพราะเรากำลังอยู่ในยุคที่ผู้คนไม่อยากถูกล็อกอยู่ในภาพจำเดียว ไม่อยากเป็นแค่บทบาทเดียวในสายตาคนอื่น และไม่อยากให้ร่างกายตัวเองต้องรองรับนิยามความงามแบบตายตัวอีกต่อไป

แฟชั่นในช่วงหลังจึงเริ่มขยับจากการเน้นอำนาจและสถานะ มาสู่การให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้สวมใส่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศสภาพ อายุ หรือรูปร่าง และเครื่องประดับในคอลเลกชันนี้ก็สะท้อนทิศทางนั้นอย่างชัดเจน เพราะมันไม่ได้พยายามบอกว่าใครควรสวมอะไร แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนภาษากลางที่เปิดให้ตัวตนหลากหลายแบบได้ใช้พื้นที่เดียวกัน ความหรูหราจึงไม่ใช่การยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นจากคนอื่น แต่คือการมีอิสระในการยืนอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องรู้สึกว่าต้องพิสูจน์อะไร และถ้าเครื่องประดับชิ้นหนึ่งสามารถทำให้คนรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คู่ควรกับมัน แต่สามารถใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงได้ นั่นอาจเป็นนิยามของความหรูที่ร่วมสมัยกว่าการวัดจากราคาเพียงอย่างเดียว

Envol อาจไม่ได้พยายามจะขายความฝันเรื่องการบินหนีโลก แต่กำลังพูดถึงการยืนอยู่ในโลกนี้อย่างมีน้ำหนักของตัวเอง การยอมรับว่าการมีปีกไม่ได้หมายถึงการลอย แต่หมายถึงการรับรู้ว่าร่างกายและตัวตนของเราสามารถรองรับเส้นทางชีวิตที่เลือกได้ และถ้าวันหนึ่งเครื่องประดับที่สวมไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอยากเป็นใครสักคนอื่น แต่กลับทำให้เราอยากยืนอยู่กับตัวเองอย่างมั่นคงขึ้นกว่าเดิม บางทีนั่นอาจเป็นรูปแบบของการโบยบินที่เป็นจริงและร่วมสมัยที่สุดแล้ว


Previous
Previous

The Professional Face of Old Power

Next
Next

Who Was This System Built For?