The Burberry Gallery พื้นที่ของแรงบันดาลใจ

ท่ามกลางบรรยากาศของวัฒนธรรมอังกฤษอันลุ่มลึก เบอร์เบอรี่กำลังเขียนบทใหม่ให้กับวงการแฟชั่น ไม่ใช่ผ่านรันเวย์หรือฤดูกาลล่าสุด หากแต่ผ่านการร่วมมือครั้งสำคัญกับพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ในกรุงลอนดอน เพื่อปรับโฉมแฟชั่นแกลเลอรี่ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และจะกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2027 ภายใต้ชื่อ The Burberry Gallery – พื้นที่ที่จะมอบมากกว่าการจัดแสดง แต่คือประสบการณ์ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจในแบบที่เข้าถึงได้จริง

แฟชั่นแกลเลอรี่ในย่าน South Kensington ที่เคยสง่างามด้วยเรื่องราวกว่า 60 ปี กำลังจะได้รับการฟื้นฟูให้กลายเป็นพื้นที่ใหม่ที่น่าตื่นตา ด้วยแนวคิดการจัดแสดงที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ชม ไม่ใช่เพียงแค่ดู แต่ได้รู้สึก ได้เข้าใจ ได้คิดต่อยอด Burberry ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุน แต่คือหุ้นส่วนทางจิตวิญญาณในโครงการนี้ เห็นได้จากถ้อยแถลงของ Joshua Schulman ผู้บริหารของแบรนด์ ที่เปรียบโครงการนี้ว่าเป็น “หมุดหมายของวงการศิลปะและวัฒนธรรมอังกฤษ” — ฟังแล้วรู้เลยว่าเขาไม่ได้มองเห็นแค่ผืนผ้า แต่เห็นถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ที่ยังเติบโตต่อได้

Victoria and Albert Museum เองก็ไม่ได้มอง Burberry เป็นเพียงแบรนด์หรู แต่คือคู่หูทางวัฒนธรรมที่ร่วมเติบโตกันมา ทั้งคู่ก่อตั้งในทศวรรษเดียวกัน และต่างมีบทบาทสำคัญในโลกของศิลปะและการออกแบบมายาวนานกว่า 150 ปี — อ่านแค่นี้ก็นึกภาพออกเลยว่า DNA ของทั้งสององค์กรมีอะไรคล้ายกันมากกว่าที่คิด

หากใครติดตามนิทรรศการแฟชั่นของ V&A มาก่อน คงจำได้ว่า Burberry เคยฝากรอยเท้าไว้แล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Fashioned from Nature, Fashioning Masculinities: The Art of Menswear หรือ NAOMI: In Fashion การกลับมาในครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นอีกก้าวที่ใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น และแน่นแฟ้นขึ้น

The Burberry Gallery ในเวอร์ชันใหม่จะไม่เพียงรวบรวมผลงานแฟชั่นระดับโลกจากศตวรรษก่อนหน้าเท่านั้น แต่ยังจัดแสดงชิ้นงานจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมและโปรแกรมเรียนรู้ที่ข้ามพรมแดนระหว่างออนไลน์และออฟไลน์อย่างกลมกลืน นี่คือการตีความ “พิพิธภัณฑ์” ให้เป็นพื้นที่ของทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้รู้ หรือผู้มีตั๋วเข้า

ขณะเดียวกัน Burberry ยังคงสานต่อการเป็นแบรนด์ที่โอบรับโลกศิลปะอย่างมั่นคง ทั้งการนำเสนอคอลเลกชัน Fall/Winter 2025 ที่ Tate Britain และ Spring/Summer 2025 ที่ National Theatre ซึ่งไม่เพียงเปลี่ยนรันเวย์ให้กลายเป็นแกลเลอรี่ หากแต่แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นสามารถอยู่ร่วมกับบริบทของวัฒนธรรมและศิลปะได้อย่างสง่างาม

แม้แกลเลอรี่หลักจะปิดเพื่อการปรับปรุงตั้งแต่พฤษภาคม 2025 แต่แฟชั่นเลิฟเวอร์ก็ยังสามารถเยี่ยมชมคอลเลกชันจาก V&A ได้ที่ V&A East Storehouse ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 31 พฤษภาคมปีเดียวกัน ที่นั่นจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดนัดพบของแฟชั่น ศิลปะ และผู้ชมที่อยากมองให้ลึกกว่าฉากหน้า

การร่วมมือระหว่าง Burberry และ V&A ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์หรือการตลาด แต่คือการมองไปยังอนาคตของการเรียนรู้ผ่านแฟชั่นอย่างมีวิสัยทัศน์ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการเชิดชูรากเหง้าของความเป็นอังกฤษที่ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่

ในปี 2027 เมื่อ The Burberry Gallery เปิดอีกครั้ง อาจไม่มีใครบอกได้ชัดว่าภายในจะมีอะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง คือเราอาจไม่ได้แค่เข้าไปดูเสื้อผ้าในแกลเลอรี่ แต่เข้าไปเห็นตัวตนบางอย่างของเรา...สะท้อนผ่านชั้นผ้า สี เส้นสาย และจิตวิญญาณที่ยังเต้นอยู่ภายใต้แสงไฟนิทรรศการนั้น


Previous
Previous

Ray-Ban สะท้อนตัวตนคนที่กล้าเป็นตัวเอง

Next
Next

Loro Piana หนึ่งศตวรรษแห่งเส้นใยเหนือกาลเวลา