LOVE OR JUST A GAME?
เมื่อความรักถูกออกแบบให้เรา “อยู่ต่อ” มากกว่า “อยู่ด้วยกัน”
ไม่มีใครเปิดแอปฯ หาคู่ครั้งแรกเพราะตั้งใจจะเข้าไปติดระบบ คนส่วนใหญ่เข้าไปเพราะเหงา เพราะอยากคุยกับใครสักคน หรือแค่อยากรู้ว่ายังมีใครมองเห็นตัวเองอยู่ไหมในวันที่โลกเงียบเกินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น มักไม่ได้จบแค่การเจอคนใหม่ มันคือการเข้าไปอยู่ในระบบที่ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดให้เรา “อยู่ต่อ” มากกว่า “อยู่ด้วยกัน”
แพลตฟอร์มหาคู่จำนวนมากทำงานบนกลไกของรางวัลที่ไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าอีกกี่ครั้งจะมีคนแมตช์กลับ จะมีข้อความตอบ หรือจะถูกเงียบหาย ความไม่แน่นอนแบบนี้เป็นรูปแบบเดียวกับระบบ reinforcement ที่นักจิตวิทยาพบว่าสามารถกระตุ้นให้มนุษย์กลับมาทำพฤติกรรมซ้ำ แม้จะไม่ได้รับความพึงพอใจระยะยาวก็ตาม
งานของ Edward Deci และ Richard Ryan ในทฤษฎี Self-Determination Theory อธิบายว่า เมื่อแรงจูงใจถูกผูกกับรางวัลภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ มนุษย์จะมีแนวโน้มพึ่งพาระบบมากขึ้น แทนที่จะเชื่อมโยงกับความพึงพอใจภายใน นั่นทำให้การ “ดูเล่น ๆ” ค่อย ๆ กลายเป็นกิจวัตร และการปัดแบบไม่คิดอะไร กลายเป็นพฤติกรรมที่หยุดยาก อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้แพร่หลายเพราะคนรุ่นใหม่ “รักไม่เป็น” แต่เพราะบริบทชีวิตโดยรวมเปลี่ยนไปพร้อมกันหลายด้าน งานไม่มั่นคง การย้ายถิ่นบ่อย ค่าครองชีพสูง และอนาคตที่คาดเดายาก ทำให้ความสัมพันธ์ระยะยาวถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนสูง ทั้งในแง่เวลา อารมณ์ และความเสี่ยง ในสภาพแวดล้อมที่ชีวิตโดยรวมไม่แน่นอน ความรักจึงถูกทำให้ “ยืดหยุ่น” และ “ถอนได้ง่าย” มากขึ้นโดยปริยาย
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็เปลี่ยนโครงสร้างการพบกันของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ก่อนยุคดิจิทัล วงความสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่มักจำกัดอยู่ในโรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชน หรือเครือญาติ การเลิกคบใครจึงมีต้นทุนทางสังคม เพราะต้องเผชิญผลกระทบต่อชื่อเสียงและเครือข่ายชีวิตจริง แต่ในโลกออนไลน์ ความสัมพันธ์จำนวนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ที่แยกออกจากชีวิตประจำวัน การหายไปจึงแทบไม่มีผลกระทบตามมา ความรับผิดชอบต่อกันจึงลดลง และความผูกพันจึงเปราะบางกว่าที่เคยเป็น
ข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนแนวโน้มนี้อย่างชัดเจน งานสำรวจของ Pew Research Center ที่เผยแพร่ในปี 2023 จากการเก็บข้อมูลในปี 2022 พบว่า ผู้ใช้เดตติ้งออนไลน์ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ปะปนกัน ทั้งความตื่นเต้นและความผิดหวัง เกือบครึ่งหนึ่งรายงานว่าเคยเผชิญพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น การติดต่อไม่หยุด การได้รับข้อความที่ไม่เหมาะสม หรือการถูกหลอกลวง และมากกว่าครึ่งเคยเจอผู้ใช้ที่สงสัยว่าเป็นสแกมเมอร์ ในอีกชุดข้อมูลหนึ่ง Pew ยังพบว่า 37% ของชาวอเมริกันมองว่าผู้ใช้แอปหาคู่มี “ตัวเลือกมากเกินไป” ซึ่งเป็นฉากหลังสำคัญของความลังเลและการไม่ลงหลักปักฐานในความสัมพันธ์
งานวิจัยของ D’Angelo และ Toma (2017) ก็ชี้ว่า เมื่อผู้ใช้ถูกเสนอทางเลือกจำนวนมากในแพลตฟอร์มหาคู่ พวกเขามีแนวโน้มประเมินคู่สนทนาอย่างผิวเผินมากขึ้น และมีความพึงพอใจลดลงหลังการตัดสินใจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Paradox of Choice ของ Barry Schwartz ที่อธิบายว่าตัวเลือกที่มากเกินไปไม่ได้เพิ่มความสุข แต่เพิ่มความไม่แน่ใจ ผลลัพธ์ของโครงสร้างแบบนี้ คือการที่ผู้คนเริ่มมองกันและกันในฐานะ “ตัวเลือก” และเริ่มมองตัวเองในฐานะ “สินค้า” โดยไม่รู้ตัว รูปโปรไฟล์กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ ประโยคแนะนำตัวกลายเป็นคำโฆษณา และจำนวนแมตช์กลายเป็นตัวชี้วัดคุณค่า
ทุกการไม่ถูกเลือกไม่ได้แค่สร้างความผิดหวังชั่วคราว แต่มันสะสมเป็นคำถามเงียบ ๆ ว่า “เราดีพอหรือยัง”
เมื่ออยู่ในระบบที่เปิดโอกาสให้หายไปได้ง่าย การไม่ตอบ การอ่านแล้วเงียบ หรือการตัดบทโดยไม่อธิบายจึงถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ในโลกออฟไลน์ พฤติกรรมเหล่านี้เคยถือว่าโหดร้าย เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้นานพอ ความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ของผู้คนก็เริ่มสั่นคลอน หลายคนเริ่มระแวงง่ายขึ้น ตีความความเงียบเป็นสัญญาณลบ และพยายามปรับตัวเองให้ “น่าถูกเลือก” อยู่ตลอดเวลา จนลืมไปว่าความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรทำให้เราต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในสนามสอบ อีกด้านหนึ่ง แพลตฟอร์มหาคู่ไม่ได้ขายแค่ความรัก แต่มันขายความหวังและความเป็นไปได้ ความโดดเดี่ยวจึงถูกแปลงเป็นโมเดลธุรกิจ และความไม่มั่นใจกลายเป็นช่องทางรายได้
สำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ความสัมพันธ์จึงกลายเป็นพื้นที่ทดลองมากกว่าจุดหมาย ลองคบ ลองเลิก ลองเปิดใจ แล้วถอยออกมาเมื่อไม่เวิร์ก การไม่ผูกมัดจึงเป็นกลยุทธ์เอาตัวรอดในโลกที่ไม่แน่นอน แต่เมื่อแนวคิดนี้ไปเจอกับแพลตฟอร์มที่ไม่เอื้อต่อการลงหลักปักฐาน วงจรของความสัมพันธ์ที่ไม่เคยลึกพอก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเราควรเลิกใช้แอปฯ หรือไม่ เพราะสำหรับหลายคน นี่คือช่องทางหลักของการพบกันในยุคปัจจุบัน แต่คือเราจะอยู่ในระบบนี้โดยไม่ปล่อยให้มันค่อย ๆ กลืนคุณค่าของตัวเองไปได้อย่างไร
เรายังเลือกช้าลงได้ไหมในโลกที่เร่งรีบ เรายังให้ความชัดเจนได้ไหมในวัฒนธรรมที่ความคลุมเครือดูปลอดภัยกว่า และเรายังรับผิดชอบต่อความรู้สึกของกันและกัน แม้ระบบจะไม่บังคับให้ทำหรือไม่
ความรักไม่ควรถูกวัดด้วยตัวเลข ไม่ควรถูกทำให้หมดอายุเร็ว และไม่ควรถูกทำให้เราต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองซ้ำ ๆ บางที ชัยชนะเดียวในเกมความรักยุคนี้ อาจไม่ใช่การได้ใครสักคนมาเร็วที่สุด แต่คือการไม่หลงลืมตัวเอง ระหว่างที่ระบบพยายามทำให้เราเป็นเพียงผู้ใช้อีกคนหนึ่งในสถิติ
…และนั่นอาจเป็นการต่อต้านเงียบ ๆ ที่สำคัญที่สุด ในยุคที่ความรักถูกออกแบบเป็นแพลตฟอร์ม
แหล่งอ้างอิง (References)
Pew Research Center (2023). The Experiences of U.S. Online Daters
Pew Research Center (2023). Americans’ Views on Online Dating
D’Angelo, J. D., & Toma, C. L. (2017). There Are Plenty of Fish in the Sea: Choice Overload in Online Dating
Schwartz, B. (2004). The Paradox of Choice
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Intrinsic and Extrinsic Motivations
Puff. Online Magazine. (2567). After the Chase, Nothing Stayed: เมื่อความสัมพันธ์ไม่เหลืออะไรหลังความพยายาม.
https://www.puff-onlinemag.comPuff. Online Magazine. (2568). ความสัมพันธ์จากแรงดึงดูด: เมื่อเราเผลอสับสนระหว่างความต้องการกับความรัก.
https://www.puff-onlinemag.comPuff. Online Magazine. (2568). เศรษฐกิจของความเหงา: เมื่อแพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่ค้าความรู้สึก.
https://www.puff-onlinemag.comPuff. Online Magazine. (2569). AI Diary: เบื้องหลังชีวิตนักการตลาดที่ทุกคนคิดว่าสบาย.
https://www.puff-onlinemag.com
